ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > คุยกับเภสัชกร > การรักษาอาการตกขาว

การรักษาอาการตกขาว


ผู้ป่วยมีอการตกขาวเป็นแป้งเป็นมาหลายวันแล้วมาขอซื้อยา ciprofloxacin และยาเหน็บ

ไม่ทราบว่าจะต้องกินยังไงและนานกี่วัน ขนาดรับประทานเท่าไร

ยาที่ใช้เหมาะสมหรือไม่



ผู้ตั้งกระทู้ เจิน เจิน (kullanit_fon-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2008-12-03 10:21:43


[1]

ความเห็นที่ 1 (2915909)

ภาวะตกขาว ซึ่งบางทีเรียกว่า มุตกิด หรือระดูขาวนั้น เป็นภาวะหนึ่งที่สตรีส่วนมากต้องประสบและทำให้สตรีจำนวนไม่น้อยมาพบแพทย์ และสูตินรีแพทย์ ภาวะดังกล่าวอาจเป็นอาการที่แสดงออกมาจากตอบสนองต่อฮอร์โมนในสตรีที่ปกติ หรือจากการที่เป็นโรคที่ไม่รุนแรงเรื่อยไปจนกระทั่งถึงโรคที่รุนแรงก็ได้ ดังนั้นภาวะนี้จึงมีความสำคัญมิใช่น้อย

ตกขาว คืออะไร

ตกขาว เป็นของเหลวใด ๆ ที่ไหลออกมานอกช่องคลอด แต่ไม่ใช่เลือด ของเหลวดังกล่าวส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นจากช่องคลอด ปากมดลูก และอวัยวะข้างเคียงบริเวณปากช่องคลอด ลักษณะของตกขาว จะมีความแตกต่างกันไปขึ้นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทั้งในขณะที่อยู่ในภาวะปกติ หรือกำลังเป็นโรคอยู่

ภาวะตกขาวที่ปกติเป็นอย่างไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

ตามปกติแล้วในสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (อีกนัยหนึ่ง คือ สตรีที่อยู่ในช่วงอายุที่ยังมีประจำเดือน หรือมีฮอร์โมนเพศหญิงเจริญเต็มที่) จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแตกต่างกันไปตามระยะของประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีผลต่อการลักษณะของเหลวที่สร้างขึ้นมาจากอวัยวะต่าง ๆ ในระบบสืบพันธุ์สตรี ดังเช่น ในช่วงกึ่งกลางรอบประจำเดือนหรือระยะใกล้เคียงกับการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ทำให้ในช่วงเวลานี้ จะมีตกขาวลักษณะค่อนข้างเหลวใส ๆ ปริมาณมากกว่าระยะเวลาอื่น ส่วนตกขาวในระยะเวลาอื่นจะมีสีขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก นอกจากนั้นแล้ว ตกขาวที่ปกติควรจะไม่คัน และไม่มีกลิ่น ถ้าตกขาวของท่านมีลักษณะดังที่กล่าวมานี้ถือว่าปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องรักษา
 
อย่างไรก็ตาม  สตรีแต่ละท่านจะมีปริมาณตกขาวแตกต่างกันไป บางท่านอาจมีปริมาณตกขาวมากจนเปื้อนชุดชั้นในอยู่หลายวันในแต่ละเดือน แต่สำหรับบางท่านอาจมีปริมาณน้อยจนไม่รู้ว่ามีตกขาวเลย

นอกจากนี้ ฮอร์โมนในสตรีในวัยดังกล่าว ทำให้เซลล์ในช่องคลอดสมบูรณ์ และมีการสร้างสารประเภทแป้งที่เรียกว่าไกลโคเจน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยแบคทีเรียชนิดหนึ่งให้เป็นกรดอ่อน ๆ  ภาวะนี้จะช่วยป้องกันการรุกรานจากเชื้อโรคชนิดอื่นที่ก่อให้เกิดความผิดปกติได้ 

ภาวะตกขาวที่ผิดปกติเป็นอย่างไร มีสาเหตุจากอะไร

ตกขาวผิดปกติจะมีลักษณะที่ต่างออกไปจากที่กล่าวมาข้างต้น จะมีสาเหตุใหญ่อยู่ 2 ประเภท คือ สาเหตุจากการติดเชื้อ และสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ


ตกขาวที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ

ตกขาวจากสาเหตุนี้ เกิดได้จากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา และพยาธิในช่องคลอด ตกขาวประเภทนี้ บางชนิดจะมีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ดังจะกล่าวต่อไป


ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส

เชื้อไวรัสบางชนิดเป็นเชื้อโรคที่ติดต่อมาโดยการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ บางครั้งอาจไม่มีอาการชัดเจน ตัวอย่างของโรคในกลุ่มนี้ได้แก่ โรคเริมซึ่งเป็นโรคที่ไม่หายขาด จะมีอาการเป็นตุ่มใส ๆ ขนาดเล็ก ต่อมาจะแตกเป็นแผลแสบ มีตกขาวสีเหลืองมีกลิ่นผิดปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งแรกที่ปรากฏอาการ


ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย

ตกขาวประเภทนี้มักมีสีเหลือง หรือค่อนข้างเขียว หรือตกขาวปกติแต่มีปริมาณมากๆ แต่สำคัญคือไม่มีอาการคันระหว่างที่มีการตกขาว


ตกขาวมีสาเหตุจากเชื้อรา

เชื้อราในช่องคลอดมักทำให้เกิดอาการตกขาวสีขาว มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ คล้ายนมที่ทารกแหวะออกมา และมีอาการคันช่องคลอด การตกขาวชนิดนี้มักไม่ได้เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ น้ำยาสวนล้างช่องคลอดที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยกำลังใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทาน


ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อพยาธิในช่องคลอด

พยาธิชนิดนี้เป็นโรคติดต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง มักมีสีเหลือง อาจเห็นเป็นฟอง มีอาการคันช่องคลอด และอาจมีกลิ่นออกเปรี้ยวเล็กน้อย


ตกขาวที่มีสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ

ตกขาวผิดปกติประเภทนี้ มีสาเหตุได้จาก การระคายเคืองหรือแพ้สารเคมี จากมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรี (เช่น มะเร็งของปากมดลูก ช่องคลอด ท่อนำไข่) รวมทั้งเกิจากการมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด

ประเด็นในการใช้ยา -ซึ่งตรงนี้ถ้าเป็นแป้งเปียกไม่คัน ตกขาวไม่มาก ก็ไม่จำเป็นต้องรักษาแต่อย่างใด เพราะอาจเกิดจากภาวะอารมณ์ ความเครียดหรือความผันแปรของฮอร์โมนในร่างกายขณะนั่นแต่ถ้าตกขาวแบบแป้งเปียกแล้วคันร่วมด้วย ไม่มีสีเหลืองเขียว ก็พอสรุปได้ว่าเป็นการตกขาวจากเชื้อรา การใช้ Ciprofloxacine จะไม่เหมาะในแง่ของการรักษา เพราะยาดังกล่าวเหมาะกับเชื้อแบคทีเรีย ไม่เหมาะที่จะนำมารักษาหรือฆ่าเชื้อราบริเวณดังกล่าว ยาที่เหมาะคือยาสอดชนิด Clotrimazole vaginal tablet หรือ Nystatin vaginal tablets และยากินครั้งเดียวคือ Fluconazole ปริมาณ 150-200 mg/tablet ก็พอแล้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภก.อลงกต แสงจันทณ์ฉาย นิสิตปริญญาโท (numpu_alo-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-12-05 09:40:15


ความเห็นที่ 2 (3008650)

รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ

ดิฉันมีตกขาวเป็นก้อน ๆขาวขุ่นเป็นแป้ง แต่มีกลิ่นเหม็นคาว ตอนมีเพศสัมพันธ์ ก็มีกลิ่นเหม็น อยากรู้ว่าเป็นตกขาวชนิดไหน ต้องซื้อยาอะไรทานคะ ช่วยตอบด้วยค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนป่วย วันที่ตอบ 2009-05-27 17:15:39


ความเห็นที่ 3 (3009261)

อาการของที่ฉันเจอคือ มีตกขาว ที่เป็นสีเหลืองเหมือนคราบนม แต่ค่อนข้างจะไม่มีกลิ่นนะ  มันเกิดขึ้นหลังจากมีประจำเดือนค่ะช่วยบอกได้มั๊ยค่ะว่า หนูมีอาการติดเชื่ออย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น แก้ว วันที่ตอบ 2009-05-28 13:14:50


ความเห็นที่ 4 (3025278)

มีอาการตกขาวเป็นแป้งเป็นมาหลายวันแล้วและประจำเดือนก็ยังไม่มาหลายเดือนแล้วแต่ซื้อที่ตรวจมาตรวจก็ไม่ท้องมีแต่เป็นตกขาวเหมือนแป้งออกมาจากช่องคลอดเลยไปซื้อยาเหน็บมาเหน็บดู

เป็นการตกขาวขั้นร้ายแรงหรือเปล่า?

ยานี้เหมาะสมหรือไม่?

วีธีการรักษาต้องซื้อยาอะไรมารักษา?

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Pat วันที่ตอบ 2009-06-22 13:16:25


ความเห็นที่ 5 (3036235)

มีตกขาวเป็นสีขาวขุ่นและมีกลิ่นเเรงมากจะทำอย่างไรดีค่ะ จะเป้นอันตรายหรือเปล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น kapook วันที่ตอบ 2009-07-07 17:15:28


ความเห็นที่ 6 (3044192)

เป็นตกขาวสีเหลืองออกเขียวเล็กน้อยจะทานยาอะไรดีคะ  ขอบคุณมากคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ป่วย (b5155316-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-07-18 20:02:09


ความเห็นที่ 7 (3047844)

มีอาการตกขาวเป็นก้อนเหนียวสีขาวไม่มีกลิ่นไม่คัน   เวลามีเพศสัมพันธ์กับแฟนมักจะมีอาการปวดแสบบริเวณแคมจนถึงปากช่องคลอด มีเพศสัมพันธ์กับแฟนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  ไม่ทราบว่าเกิดจากอากา่รน้ำหล่อลื่นน้อยหรือว่าเกิดจากอาการตกขาว  ขอคำแนะนำด้วยค่ะ หากมีวิธีรักษาอาการตกขาว ควรจะใช้ยาสอดอะไรและวิธีใช้อย่างไร  หรือหากเกิดจากอาการน้ำหล่อลื่นน้อยควรจะทำอย่างไร เพราะจนทุกวันนี้แทบไม่อยากมีเพศสัมพันธ์กับแฟนเลย  ขอย้อนเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟังนะคะ  ช่วงก่อนเวลาอาบน้ำเคยใช้สบู่สมุนไพร เช่นบัวหิมะของก๊กเลี้ยง ฯลฯ อาบน้ำทั่วร่างกายและล้างจุดซ่อนเร้นด้วย  ต่อมามีอาการเหมือนเป็นตกขาวมีสีขาวขุ่นและคันแต่ไม่รุนแรงพอเลิกใช้สักประมาณ 2-3 วันอาการเหล่านี้ก็หายไป  ปัจจุบันใช้แต่สบู่เด็กอาบน้ำและล้างฯ ตลอดเลย ไม่ทราบว่าอาการที่เล่ามาแต่ต้นมีผลสืบเนื่องมากจากการใช้สบู่ฯนี้หรือไม่ค่ะ  ขอขอบพระุคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ  ขอความอนุเคราะห์ช่วยตอบให้ด้วยนะคะ  จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยคุ่ะ  ขอให้ท่านมีความเจริญยิ่งๆ ด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนมีปัญหา วันที่ตอบ 2009-07-22 23:24:27


ความเห็นที่ 8 (3049096)

มีอาการตกขาวเเละเป็นสีขาวขุ่นเหมือนเเป้งเปียกเเต่มีกลิ่นเหม็นบ้างบางครั้ง

มีวิธีเเก้ไขอย่างไรค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เน วันที่ตอบ 2009-07-24 08:42:58


ความเห็นที่ 9 (3051147)

ตกขาวเป็นก้อนสีเหลืองแต่มีกลิ่นเหม็นไม่คันแต่จะตกขาวทุกวัน จะต้องกินยาหรือจะสอดส่อง และต้องไปตรวจช่องคลอดมั้ยเพื่อว่ามันว่าเป็นไรหรือบ้างให้คำแนะนำด้วย ขอบคุณค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ยุ้ย วันที่ตอบ 2009-07-26 13:41:51


ความเห็นที่ 10 (3066121)

 

        จากอาการแสบและเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ มีสาเหตุมาจาก น้ำหล่อลื่นน้อย เนื่องจากผู้หญิงแต่ละคนมีปริมาณน้ำหล่อลื่นในร่างกายที่แตกต่างกัน ถ้าหากผู้หญิงที่มีปริมาณน้ำหล่อลื่นน้อย เมื่อมีเพศสัมพันธ์จะเกิดอาการเจ็บ และแสบบริเวณช่องคลอด ซึ่งอาการดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาการตกขาวแต่อย่างใด
        ส่วนอาการตกขาวมี 2 ประเภท คือ ตกขาวปกติ และตกขาวที่มีพยาธิสภาพ(ผิดปกติ) ผู้หญิงคนนี้มีอาการตกขาวปกติ เนื่องจากตกขาวเป็นก้อนเหนียวสีขาว ไม่มีกลิ่น ไม่มีอาการคัน แต่ในช่วงแรกที่มีอาการตกขาวสีขาวขุ่น และคัน แต่ไม่รุนแรงนั้น อาจเกิดจากผู้หญิงคนนี้ใช้สบู่สมุนไพรบัวหิมะก๊กเลี้ยง ซึ่งสบู่นี้มีฤทธิ์คล้ายยาปฏิชีวนะที่ไปฆ่าเชื้อที่ไม่ก่อโรค(เป็นเชื้อป้องกันเชื้อโรคอื่นที่รุกรานเข้ามาในช่องคลอด) และ สบู่มีความเป็นด่างสูง (ซึ่งปกติแล้วในช่องคลอดของผู้หญิงมีความเป็นกรดอ่อน เพื่อรักษาความคงตัวของเยื่อบุของช่องคลอด) ทำให้เสียสมดุลของความเป็นกรดด่างในช่องคลอด จึงทำให้เกิดอาการติดเชื้อและอาการคันได้ง่าย

 

       รักษาอาการตกขาวโดยใช้ยาเหน็บช่องคลอด คือ Clotrimazole (Canesten®) หรือ ยาSertaconazole nitrate (Zalain®) หรือ Nystatin (Gynecon®)
จำนวน 6 เม็ดโดยสอดเข้าในช่องคลอดให้ลึกที่สุด คืนละ 1 เม็ดก่อนนอนและสอดติดต่อกัน 6 คืน
 
        วิธีการใช้ยาเหน็บ
1.        ล้างมือให้สะอาด
2.        แกะกระดาษที่ห่อยาออกแล้วจุ่มในน้ำสะอาด พอชื้น เพื่อช่วยลดการระคายเคือง
3.        นอนหงายโดยชันหัวเข่าขึ้นและแยกขาออกเพื่อสะดวกในการเหน็บ
4.        สอดยาเข้าช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยใช้นิ้วช่วยดันยาเข้าไป
5.        นอนในท่าเดิมประมาณ 15 นาที เพื่อไม่ให้ยาหลุดออกมาหรืออาจจะเข้านอนไปเลยก็ได้
*ข้อแนะนำ ควรเหน็บยาติดต่อกันจนหมด

 เอกสารอ้างอิง

1.   พ.อ.ผศ.น.พ.ธนบูรณ์ จุลยาพิตรพร. ตกขาวอย่าตกใจ ; จำนวน 1 หน้า : เวลา 2.15 นwww.vibhavadi.com/web/health.detail.php?id=136. 08/10/2009.

2. เภสัชกรสมเฮง พรเศรษฐีกุล.คู่มือประกอบการฝึกปฏิบัติงานเภสัชกรรมชุมชน.พิมพ์ครั้งที่5.กรุงเทพมหานคร : บริษัท เมคอินโฟ จี.ดี.       จำกัด; 2551.97.

3.  Kristina J.Tomlin. Bacterial vaginosis relief ; จำนวน 1 หน้า : เวลา 2.35 น. ; www.medical-dictionary.thefreedictionary.com/Leukorrhoea. 08/10/2009.

ผู้แสดงความคิดเห็น ศูนย์เภสัชสนเทศ (dicrsu-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-15 14:29:57


ความเห็นที่ 11 (3067363)

ตอบคุณ kapook

เมื่อเกิดอาการตกขาวที่มีลักษณะผิดปกติ ควรไปพบสูตินารีแพทย์ก่อน เพื่อที่จะได้รับการตรวจและแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องตามสาเหตุเนื่องจากการรักษาที่ตรงตามสาเหตุจะทำให้โรคหายเร็วขึ้น สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตกขาว เช่น ตกขาวจากการติดเชื้อรา แบคทีเรีย โปรโตซัว ไวรัส ตกขาวจากการระคายเคืองหรืออาจมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอดก็เป็นได้ หากติดต่อจากเพศสัมพันธ์ต้องตรวจรักษาคู่สมรสด้วยจึงจะไม่ทำให้ทั้งคู่เกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดโรคซ้ำอีกในภายหลัง อาการตกขาวที่ผิดปกติหากไม่ได้รับการรักษาจะเกิดอันตรายได้ เช่น มะเร็งปากมดลูก ช่องคลอด หรือ ท่อนำไข่ เป็นต้น

 

เอกสารอ้างอิง

- Mary Anne Koda-Kimble, Pharm D. Applied Therapeutics: The Clinical use of drugs. Eight edition. Baltimore, Maryland: Wolters Kluwer Company; 2005. 48-4

- น.พ.ภูชิชย์ มีประเสริฐสกุลใ Leukorrhea. 5 หน้า. http://www.thailabonline/Leukorrhea.

- พ.อ. ผศ. น.พ. ธนบูรณ์ จุลยามิตรพร. ตกขาว._อย่าตกใจ.3หน้า. http://www.Vibhavadi.com/web/health_detail.php?id=136

ผู้แสดงความคิดเห็น ศูนย์เภสัชสนเทศ (dicrsu-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-17 17:07:59


ความเห็นที่ 12 (3083226)

         ดิฉันมีอาการตกขาวมานานแล้วคะ เริ่มตั้งแต่มีประจำเดือนครั้งแรกคะ หลังจากนั้นก็เป็นมาตลอดคะ จะตกขาวตลอดทั้งเดือนเลยคะ อย่างที่ว่ากางเกงชั้นในไม่เคยแห้งเลยคะ บางครั้งออกมาเยอะและปริมาณมากเป็นวุ้นใสและเหนียวคะ แต่ไม่มีกลิ่นเหม็นคะ ไม่มีอาการคันคะ ทำงานหนักไม่ค่อยได้ ปวดท้องคะ เวลามีประจำเดือนก็ปวดท้องมากแทบเดินไม่ได้เลยคะ และถ้าวันไหนต้องยกของหนักหรือถ้าเดินมากวันต่อมาจะปวดมดลูกมากเลยคะ ดิฉันควรที่จะไปพบแพทย์หรือปล่าวคะ และมันเกิดจากสาเหตุอะไรคะ จะหายหรือปล่าวคะ ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ

         เริ่มมีประจำเดือนอายุ 12   ปัจจุบันอายุ 23 คะ  เคยซื้อยามากินเองบ่อยๆ เช่น ยากาโนสเป็ก 500  ส่วนมากกินยาพาราคะ ครั้งละประมาณ 3 เม็ด แต่พอยาหมดฤทธิ์ก็ปวดเหมือนเดิมคะ  อีกอย่างดิฉัน มีสามีแล้วคะ ท้องแต่ก็แท้งคะ  ไม่ได้ขูดมดลูกด้วย จะเป็นเพราะสาเหตุนี้หรือปล่าวคะ ยังไงก็ขอคำปรึกษาหน่อยนะคะ  ขอบคุณคะ...........

                                                                                                                                                                  เด็ก 48

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็ก 48 วันที่ตอบ 2009-09-07 22:05:19


ความเห็นที่ 13 (3107823)

หนุเป็นตกขาวมาตั้งแต่อายุ 10 ปีอยากทราบว่าถ้าผิดปกติจะรุนแรงไหมคะและจะรักษาอย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น 2 วันที่ตอบ 2009-10-08 17:08:35


ความเห็นที่ 14 (3113521)

ของดิฉันตกขาวเป็นสีขาวขุ่นไม่เนียวเหมือนน้ำออกตลอดเวลามีกลิ่นและระคายเคืองเป็นบางครั้งไม่ทราบอาการว่าเกิดจากอะไรบางครั้งก็ออกเป็นสีขาวขุ่นบางครั้งก็ออกเป็นสีเหลืองเหมือนคาบนมเด็กทำให้ตอนนี้เครียดมากเลยคะดิฉันเคยมีเพศสัมพันธุ์แล้วไม่ทราบว่าเป็นเพราะเกิดจากการมีเพศสัมพันธุ์หรือปล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น PhaIzZ!! (popphaiza-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-10-16 19:49:48


ความเห็นที่ 15 (3118791)

สวัสดีค่ะ  หนูอายุ 17  เป็นตกขาวมาหลายปีแล้ว เป็นสีข้นๆคล้ายๆหนอง บางทีก็เป็นก้อนๆด้วย เยอะมากค่ะ คือแบบ เป็นตลอดเดือนเลยค่ะพอหมดประจำเดือนก็เป็นตกขาวต่อ จนถึงประจำเดือนรอบใหม่ หนูไม่เคยมีเพศสัมพันธ์นะคะ  เคยหาหมอหลายครั้งแล้ว หมอป้ายเชื้อไปตรวจ หมอบอกว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ให้ยามากินแต่ไม่เคยหายเลย มันเป็นมากจนเลอะออกมาเลยค่ะ  อยากทราบว่ามีวิธีการรักษายังไงบ้างคะ  ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนทุกข์ใจ (PPP-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-10-25 22:58:06


ความเห็นที่ 16 (3120182)

สอบถามหน่อยน้ะคะ คือดิฉันเป็นตกขาวสีเขียวอ่อนๆเป็นก้อนออกมาเละๆนิดนึง แต่ก่อนหน้านั้นจะคันบริเวณช่องคลอด

แต่พอตกขาวก้อนนี้ออกมาก้อหายจากอาการคันค่ะ และก้อยังมีออกมาเล็กๆน้อยๆค่ะ อยากทราบว่าสาเหตุและวิธีรักษาควรทำอย่างไรคะ .

ผู้แสดงความคิดเห็น sassy girl วันที่ตอบ 2009-10-28 09:45:16


ความเห็นที่ 17 (3126638)

ดิฉัน มีเพศสัมพันธ์กับสามี แต่พอมีอะไรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันก็มีก้อนเล็กๆ ติดๆกันออกมาด้วย แล้วก็ไปปัสสาวะก็มีก้อนเล็กๆ ขาวๆ ติดกันออกมาเหมือนเดิม ดิฉันเลยเอามาบี้ดู มันก็แตกออก แต่ไม่มีกลิ่น ดิฉันคิดว่ามันเป็นตกขาว จะมีอันตรายหรือเปล่าค่ะ ดิฉันขอคำปรึกษาหน่อยนะค่ะ จะได้สบายใจ ค่ะ........ขอบคุณนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปลา วันที่ตอบ 2009-11-09 17:12:35


ความเห็นที่ 18 (3127981)
หลังมีเพศสัมพันธ์ มีตกขาวเป็นสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นคาวปลา แต่ยังไม่อาคารคัน เป็นบ่อยมาก ไม่ทราบว่าจะมีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ แต่งงานมา 5 ปี กว่าแล้ว ยังไม่มีบุตร ช่วงแต่ง2ปีแรกกินยาคุมตลอด รบกวนช่วยตอบปัญหาด้วยนะคะ
ผู้แสดงความคิดเห็น kub (KUBKUBTAY-at-HOTMAIL-dot-COM)วันที่ตอบ 2009-11-12 16:54:39


ความเห็นที่ 19 (3251438)

ขอความกรุณาในการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการ เพื่อใช้ในการประเมินผลและปรับปรุงในครั้งต่อไป ขอบคุณครับ เข้าไปประเมินตาม link ต่อไปนี้ครับ

http://tueiauam.com/limesurvey/index.php?sid=85742&lang=th

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-24 11:00:07


ความเห็นที่ 20 (3251872)

ขอความกรุณาในการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการ เพื่อใช้ในการประเมินผลและปรับปรุงในครั้งต่อไป ขอบคุณครับ เข้าไปประเมินตาม link ต่อไปนี้ครับ

http://tueiauam.com/limesurvey/index.php?sid=85742&lang=th

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-25 23:15:15


ความเห็นที่ 21 (3282095)

เนื่องจากกระทู้ของคุณ เจิน เจิน ที่ถามเรื่องการรักษาอาการตกขาวนั้นได้มีผู้มาโพสถามคำถามเพิ่มในกระทู้นี้หลายคำถาม  ทางศูนย์เภสัชสนเทศจึงได้นำกระทู้เหล่านั้นมาโพสใหม่และตอบคำถามให้เพื่อความสะดวกต่อการตอบคำถามของเจ้าหน้าที่โดยจะใช้หัวข้อโพสเดิมคือ  "การรักษาอาการตกขาว" แต่จะวงเล็บไว้ด้านหลังว่าเป็นความคิดเห็นที่เท่าไหร่  ซึ่งผู้ป่วยสามารถเข้าไปอ่านคำตอบที่ตนเองสงสัยได้เลยจากกระทู้เหล่านั้นได้เลยนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-02-18 14:31:58


ความเห็นที่ 22 (3300924)

      ผู้ที่ต้องการจะโพสคำถาม  กรุณาโพสเป็นกระทู้ของตนเองที่ www.dic-rsu.net  เพื่อให้การตอบคำถามจะได้เจาะจงเฉพาะคนไปค่ะ เพื่อทำให้ผู้ถามมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นและได้ข้อมูลที่ถูกต้องค่ะ

                                                                                                                                    ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (dicrsu-at-hotmail-dot-com)ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-07-21 11:55:54



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.