ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > คุยกับเภสัชกร > ยาเพนนิโซโลน 5 ยาNalapine 5 ม...

ยาเพนนิโซโลน 5 ยาNalapine 5 มีผลต่อเด็กในครรภ์หรือไม่


ไม่มั่นใจว่าจะตั้งครรภ์หรือเปล่า (การคุมกำเนิดอาจผิดพลาด)  แต่ทุกวันนี้ทานยา เพนนิโซโลน 5 และNalapine 5  ทุกวันวันละ 1 เม็ดหลังอาหาร เป็นโรคประจำตัว mctd (ลักษณะคล้ายโรคพุ่มพวง sle)  ไม่สามารถหยุดยาได้เนื่องจากยังมีอาการอยู่ ยาที่ทานจะมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ และขณะนี้นอนเตียงบำบัดที่มีแสงฟาร์อินฟาร์เรด ประมาณ วันละ 40 นาที  จะเสี่ยงต่อในครรภ์อย่างไรหรือไม่ 



ผู้ตั้งกระทู้ สิบเจ็ด (chutima575-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-11-11 13:10:41


[1]

ความเห็นที่ 1 (3284235)

หากท่านสงสัยว่าตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ควรจะตรวจสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเองด้วยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ หรือควรพบแพทย์เพื่อตรวจการตั้งครรภ์  เพื่อให้แน่ใจว่าตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ ในระหว่างที่ยังไม่สามารถตรวจการตั้งครรภ์ได้ ควรใช้วิธีคุมกำเนิดโดยการสวมถุงยางอนามัย ไม่ควรใช้วิธีการรับประทานยาคุมกำเนิด เพราะถ้าหากตั้งครรภ์อยู่แล้วการรับประทานทานยาคุมกำเนิดอาจเกิดผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

         สำหรับการรับประทานยา Prednisolone และ Nelapine ขณะตั้งครรภ์นั้นสามารถรับประทานได้ แต่มีข้อจำกัด ดังนี้ เนื่องจาก Prednisolone และ Nelapine เป็นยาที่อยู่ใน category C ซึ่งหมายถึง  ยาที่มีการศึกษาในสัตว์พบว่า ทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาแบบมีกลุ่มควบคุมในมนุษย์ หรือไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ถึงผลของตัวยาต่อตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ ดังนั้น การใช้ยากลุ่มนี้ใช้เทื่อประเมินแล้วว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์  ส่วนยา Prednisolon หากใช้ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 (3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) จะจัดอยู่ใน category D ซึ่งหมายถึง  ยาที่มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์  อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ยากลุ่มนี้สามารถทำได้ หากพิจารณาแล้วว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ได้แก่ การใช้ยาเพื่อรักษาชีวิตหรือการใช้ยาในการรักษาโรคที่รุนแรงซึ่งไม่สามารถใช้ยาที่ปลอดภัยกว่าได้หรือใช้ยาที่ปลอดภัยกว่าแล้วไม่ได้ผลตามต้องการ

         ในกรณีที่ท่านสงสัยว่าตั้งครรภ์อยู่ (โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) เมื่อคุณไปพบแพทย์ ควรบอกให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อว่าแพทย์จะได้งดส่งตรวจ โดยการถ่ายเอกซเรย์ หรือการบำบัดด้วยแสงฟาร์อินฟาร์เรด ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะทารกในครรภ์โดยเฉพาะในระยะ 3 เดือนแรกจะมีความไวต่อรังสีและอาจจะเกิดอันตรายจากรังสีได้ เนื่องจากเซลล์สืบพันธุ์เป็นอวัยวะที่ไวต่อรังสีมาก เมื่อเซลล์สืบพันธุ์ได้รับรังสี อาจเป็นเหตุก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ได้ คือลูกออกมาผิดเพี้ยนจากพ่อแม่ ส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ที่ผิดปกติ พิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกในครรภ์ เมื่อหญิงมีครรภ์ได้รับรังสี เซลล์ที่กำลังแบ่งตัวและเซลล์ที่กำลังเจริญเติบโตจะมีปฏิกิริยาไวต่อรังสีมากและถูกทำอันตรายได้ง่าย อาจทำให้ตายหรือแท้งได้ หรือถ้าทารกมีชีวิตรอดคลอดออกมาก็อาจเกิดความผิดปกติทางร่างกาย เช่น สมองเจริญเติบโตช้าหรือไม่เจริญเติบโต ร่างกายแคระแกร็น จิตใจผิดปกติเฉื่อยชา ระบบประสาทบางส่วนถูกทำลายขณะอยู่ในครรภ์

 

เอกสารอ้างอิง:

  1. คู่มือยาที่ใช้ในหญิงตั้งครรภ์.โรงพยาบาล: 4-5.
  2. Lacy CF. Armstrong LL. Goldman MP.  Lance LL. editors. Drug information handbook with international trade names index. 19th ed. 2010-1: 1165-7, 1369-1372.
  3. MIMS Thailand, (2009). 115th ed, MedicMedia.
  4. กลุ่มงานรังสีวิทยา. การป้องกันอันตรายจากรังสี. 2550. [7 screens]. Available at:URL:http://samui-xray.is.tn.th. Accessed มกราคม 28, 2554.

     


ผู้แสดงความคิดเห็น นศภ.นฤมาศ พรรณะ, นศภ.พรพิมล ขจรไชยศักด์ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-03-04 08:06:52



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.